MLM...ธุรกิจเครือข่ายเรียนรู้ก่อนจะล้มเหลว บทที่ 2
กฎ ขั้นพื้นฐานแห่งธรรมชาติที่แท้จริงของมนุษย์....
ถึงตรงนี้ผมจะบอกคุณเกี่ยวกับความจริงอะไรบางอย่างที่ใครหลายๆคน ได้ลืมมันไปแล้ว หรือบางคนอาจะไม่เคยรู้จักมันมาก่อนเลยก็ได้ คุณรู้ไหมมีความจริงที่ว่ามนุษย์เรา มีเหตุผลในการกระทำสิ่งต่างทุกการกระทำบนโลกนี้ มี เพียง 2 เหตุผลที่แท้จริงก็คือ
1. ทำเพื่อหลีกหนีจากความกลัว และความเจ็บปวด
2. ทำเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่พึงปรารถนา และความสำเร็จ
คุณคิดว่าอะไรเป็นเหตุผลแรกที่มนุษย์ตัดสินใจ ทำ คุณมักจะพบอยู่เสมอกับร่องลอยของมันรอบๆตัวคุณ ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ มันโอบล้อมคุณไว้โดยที่คุณไม่รู้ตัวมาก่อนเสียด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นบทเพลงอันแสนเศร้า บทความอันแสนเหงา ใจคุณจะสัมผัสมันก่อนเสมอโดยไม่รู้ตัว ถ้าคุณไม่เชื่อ คุณก็ลองนั่งฟังเพลงเศร้าๆ กับเพลงปลุกใจ คุณว่าคุณจะสัมผัสกับความรู้สึกใดได้ง่ายกว่ากัน
ผมเชื่อว่าคุณคงได้คำ ตอบแล้วนะ เพราะฉะนั้นถ้าคุณเข้าใจเหตุผลอันถ่องแท้แล้ว ที่สำคัญเราจะนำเหตุผลอันนี้มาใช้ประโยชน์ได้อย่างไรกับธุรกิจของคุณต่างหาก
คราวนี้ผมจะบอกให้ว่า ความกลัวที่ติดตัวคุณที่ว่านี้มีกี่แบบ
นโปเลียน ฮิลล์ เคยกล่าวไว้ในหนังสือ Think and grow rich ว่า
ความกลัวอัน สำคัญของคนเรานั้นมีอยู่ด้วยกัน 6 ประการ และบางประการเมื่อรวมกันเข้าแล้ว ก็สามารถจะสร้างความทุกข์อันยิ่งใหญ่ให้แก่ชีวิตมนุษย์ได้ ซึ่งมีดังต่อไปนี้
ความกลัวจากความยากจน
กลัวการถูกวิพากษ์วิจารณ์
กลัวสุขภาพทรุดโทรม
กลัวการสูญเสียความรัก
กลัวความชรา
กลัวความตาย
ซึ่ง 3 ประการแรก นั้นเป็นความกลัวที่แฝงฝังอยู่ในจิตใจของบุคคลที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง ส่วนความกลัวที่อยู่ในขั้นต่อมานั้นมีความสำคัญน้อยกว่า
แท้ที่จริง ความกลัวเป็นสภาวะจิตอย่างหนึ่งซึ่งมิได้มีความสลักสำคัญแต่ประการใด เราสามารถจะบังคับและควบคุมมันได้
มนุษย์เรานั้น ไม่สามารถจะสร้างสิ่งใดขึ้นมา ได้ “ โดย ที่มิได้เห็นรูปร่างที่ผ่านมาทางแรงกระตุ้นของความคิดเสียก่อน ” แรงกระตุ้นนี้จะลงมือ ปฏิบัติงานของ มันทันที เพื่อเปลี่ยนแปรตัวของมันเอง ให้เป็นสิ่งที่มีรูปร่างขึ้นมา ไม่ ว่าจะเป็นความคิดที่สมัครใจหรือไม่ก็ตาม
และแรงกระตุ้นทาง ความคิดที่ได้มาจากคนอื่นนั้น สามารถที่จะกำหนดฐานะทางด้านการเงิน งาน อาชีพ หรือจุดหมายปลายทางด้านสังคมของเราได้ เช่นเดียวกับแรงกระตุ้นของความคิดที่เกิดขึ้นด้วยความสมัครใจ
การที่กล่าวเช่นนี้ ก็เพื่อจะแสดงข้อเท็จจริงให้ท่านได้เห็นถึงความสำคัญประการหนึ่งว่า ทำไมคนบางคนจึง “ โชคดี ” ในขณะที่คนอื่น ซึ่งมีความสามารถ มีการศึกษา มีความชำนาญ สมรรถภาพในการใช้ความคิดเท่าเทียมกันจึง “ โชคร้าย ” กว่า
ซึ่งการที่เป็น เช่นนี้พอที่จะอธิบายได้ว่า ..... คนเราทุกคนนั้น สามารถที่จะควบคุมจิตใจของตนเองไว้ได้ทั้งสิ้น สามารถที่จะเปิดจิตใจของตนเองออกรับความคิดจากใครก็ได้ หรือปิดไว้ ยอมรับเฉพาะแต่แรงกระตุ้นที่เกิดขึ้นในจิตใจของตนเองเท่านั้นก็ได้
สิ่งเดียวที่ธรรมชาติ ได้มอบให้แก่มนุษย์เพื่อการควบคุมคือ ความคิด ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์สร้างขึ้น จึงก่อตัวขึ้นจากรูปในความคิดทั้งสิ้น ขณะเดียวกัน ท่านก็จะต้องควบคุมความกลัวที่เกิดขึ้นด้วย เมื่อความคิดของเราโน้มเอียงไปในทางก่อรูปร่างขึ้น
ความจริงที่เท่าเทียม กันอีกประการหนึ่ง ก็ คือแรงกระตุ้นของความคิดเกี่ยวกับความกลัว และล้มเหลว ไม่สามารถแปรรูปให้ไปเป็นความกล้าหาญ หรือความสำเร็จ
ความกลัว,ความล้มเหลว และ ความกล้าหาญ,ความสำเร็จเปรียบเสมือนถนน 2 สายที่อยู่ในทิศทางตรงกันข้าม ถ้าท่านต้องการความสำเร็จ ท่านก็ต้องปฏิเสธสิ่งแวดล้อมที่จะนำไปสู่ความล้มเหลวหรือความกลัว
ผมจะหยิบยกตัวอย่างที่มองให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น
นายแพทย์ผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่ง ได้กล่าวว่า 75 เปอร์เซ็นต์ของคนไข้ที่ไปพบหมอนั้น ต่างเป็นโรค “คิดว่าตนเองเจ็บป่วย” ทั้งๆที่ไม่มีสาเหตุที่จะต้องกลัวเลย เพียงแต่เกรงว่าจะเกิดอาการของโรค ที่ตนเองกลัวอยู่ขึ้นมาจริงๆเท่านั้น
ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า จิตใจของคนเรานั้นมีพลัง และอานุภาพทั้งในทางบวกและทางลบ
จากการทดลองที่กระทำติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายปี ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า มนุษย์เรา อาจจะกลายเป็นคนเจ็บป่วยได้ตามความนึกคิดของตน
ทดลองด้วยวิธี ใช้คน 3 คน ที่รู้จักชอบพอกับผู้ที่ใช้ทำการทดลอง โดยให้เข้ามาเยี่ยมทีละคน และให้แต่ละคน ตั้งคำถามที่เหมือนๆกันว่า “ คุณเป็นอะไรหน้าตาดูไม่ค่อยสบาย ”
คำตอบ สำหรับผู้ตั้งคำถามคนแรก จะเป็นคำตอบที่ไม่สะทกสะท้านว่า “ เปล่าไม่ได้เป็นอะไรสบายดี ”
ซึ่ง เมื่อคนที่ 2 ถามด้วยคำถามเดียวกัน เขาก็ได้รับคำตอบว่า “ ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร เพียงแต่รู้สึกไม่ค่อยสบาย ”
และ เมื่อคนที่ 3 เข้ามาถาม เขาก็ได้รับคำตอบ ซึ่งเป็นการรับอย่างไม่อ้อมค้อมว่า “ เขารู้สึกไม่สบายขึ้นมาจริงๆ ”
กระแสความสั่นสะเทือน ของความกลัว จะผ่านจากบุคคลหนึ่งไปสู่อีกบุคคลหนึ่งอย่างรวดเร็ว และแน่นอน
บุคคลที่แสดงความหมาย ไม่ว่าจะเป็นโดยคำพูด หรือโดยการแสดงออก ถึงความคิดในทางลบ เขาก็ได้ผลในทางลบกลับมา
ความกลัวเป็นสภาวะ จิตอย่างหนึ่งซึ่งเกิดจากความคิดของตัวเราเองก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างอย่าง เงียบๆ ฝังอยู่ในจิตใจโดยเราไม่รู้ตัว ดังนั้นเราควรที่จะเรียนรู้หรือค้นหาความกลัวที่ซ่อนอยู่ในจิตใจลึกๆของเรา เสียก่อนเพื่อขจัดความกลัวนั้นทิ้งไป
คุณกำลังสงสัยอยู่ใช่ ไหมว่าผมกำลังจะชี้ให้คุณเห็นถึงอะไร คุณมีความกลัวสิ่งต่างๆเหล่านี้อยู่ใช่ไหม ถ้าคุณกลัว ผู้มุ่งหวังของคุณก็มีความกลัวเช่นกัน เพราะฉะนั้นคุณต้องขจัดความกลัวของคุณออกก่อน ก่อน ที่คุณจะไปทำให้เขาหลีกหนีจากความกลัวและความเจ็บปวด คุณรู้ไหมความกลัวและความเจ็บปวดของคนในธุรกิจเครือข่ายนั้นคืออะไร การถูกปฏิเสธ การถูกเบี้ยวนัดบ่อยๆ และก็หารายชื่อผู้มุ่งหวังใหม่ๆไม่ได้
ธรรมชาติของคนทั่วๆไป ไม่ชอบงานขาย เพราะคนเราชอบซื้อมากกว่าชอบถูกขาย
ธรรมชาติของคนทั่วๆไป ชอบงานประจำมากกว่างานชั่วคราว เพราะมั่นคงทางรายได้
จากสองประโยคข้างต้น คุณก็พอจะมองออกแล้วสินะว่ามันคืออะไร เพราะความมีตัวตนของคนจึงชอบที่จะเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือมากกว่าผู้รับความ ช่วยเหลือ สำหรับเหตุผลที่แท้จริงของประโยคแรก ส่วนอีกประโยคหนึ่งนั้นคนต้องการดำรงไว้ซึ่งตัวตนของตัวเอง นี่คือธรรมชาติของคนล้วนๆเลย
การมีตัวตนและการดำรงไว้ซึ่งตัวตนเป็นกฎขั้น พื้นฐานแห่งธรรมชาติที่แท้จริงของมนุษย์
คราวนี้คุณก็คงจะค้น พบอะไรบางอย่างที่จะทำให้งานของคุณง่ายขึ้นแล้วใช่ไหม ถ้าจะให้กระจ่างขึ้น ก็คือ
งานของคุณต้องรู้ถึง ความเจ็บปวดที่แท้จริงของผู้มุ่งหวังของคุณ แล้วคุณจะมีวิธีไหนที่ทำให้เขาก้าวเข้ามาอย่างไม่เจ็บปวดอีก เพื่อที่จะทำให้เขาประสพความสำเร็จโดยเร็ว
แต่ก่อนคุณจะมาถึง ขั้นนี้ได้คุณต้องหมั่นฝึกฝน เรียนรู้ถึงหลักการต่างๆอย่างชาญฉลาด ซึ่งในองกรของคุณอาจจะไม่ได้มีการสอนเลย
คุณกำลังสงสัยอยู่ใช่ไหมว่าหลักการดังกล่าวมัน คืออะไร จะเชื่อถือได้ขนาดไหน ผมถือดีอย่างไรมาบอกคุณ หลักการต่อจากนี้ไปผมไม่ได้เขียนขึ้นมาเอง เพียงแต่ว่า ผมได้ศึกษาและได้ลองปฏิบัติ ลองแล้ว ลองอีก สอบถามจากผู้ที่เคยทำมาแล้วในหลากหลายๆธุรกิจ จากการอ่านตำราหลากหลายที่มีอยู่ ทั้งในและต่างประเทศ รวบรวมมาให้คุณ ได้เป็นส่วนช่วยในความสำเร็จของคุณ คุณไม่ต้องเชื่อผมก่อนก็ได้ ผมอยากให้คุณได้อ่านและคิดก่อนลงมือทำ เพราะผมเชื่อในความคิดของคุณ
นอกจากกฎพื้นฐานแห่ง ธรรมชาคติที่แท้จริงของมนุษย์แล้ว หลักการที่คุณจะได้เรียนรู้ นอกจากจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ เกี่ยวกับธุรกิจของคุณแล้วยังสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดีใน ทุกๆด้าน
ศิลปะการติดต่อกับผู้ คนหลักการที่ต้องเรียนรู้
ซึ่ง ในที่นี้ผมจะบอกถึงหัวข้อที่เป็นหลักใหญ่ๆ 3 ข้อดังต่อไปนี้
1. สิ่ง ที่ผู้อื่นต้องการเสมอ........คุณต้องเรียนรู้อย่างเข้าใจ
2. ให้ ผู้อื่นเป็นฝ่ายพูด.............เมื่อเขาพูดจบเขาจะฟังคุณพูด
3. คำ ตอบรับ.........................คือเคล็ดลับแห่งความสำเร็จ
หลัก 3 ข้อที่คุณจะได้เรียนรู้ในลำดับต่อไป ผมเชื่อว่าคุณต้องเรียนรู้วิธีการต่างๆได้อย่างชาญฉลาดและสามารถนำมันไปใช้ ได้อย่างดีเยี่ยมกับงานของคุณ
ที่จริงแล้วเนื้อหา เกี่ยวกับเรื่องความกลัวนั้น เป็นรายละเอียดที่น่า สนใจเป็นอย่างมาก ผมจะหยิบยกเรื่องนี้มาให้เรียนรู้อีกอย่างละเอียดในภาคสุดท้าย ของบทเรียนนี้
ที่มา http://www.oknation.net