MLM...ธุรกิจเครือข่าย เรียนรู้ก่อนที่จะล้มเหลว บทที่ 6
MLM...ธุรกิจเครือข่าย เรียนรู้ก่อนที่จะล้มเหลว บทที่ 6
3. คำตอบรับ........คือเคล็ดลับ แห่ความสำเร็จ
เมื่อใด ก็ตาม ที่อีกฝ่ายหนึ่งตอบรับด้วยคำว่า ใช่ จริง ถูกต้อง ฯลฯ นั่นแสดงว่าความคิดของเขา ได้ถูกชักจูงให้คล้อยตามมากยิ่งขึ้นทุกขณะ ซึ่งจะทำให้เขามีความสนใจในตัวเรามากขึ้นกว่าเดิม
แต่ เมื่อใดก็ตาม คำตอบของเขาเป็นไปในทางปฏิเสธ เช่น ไม่ใช่ ไม่จริง เปล่า ฯลฯ หรืออะไร ทำนองนี้ นั่นแสดงว่า ความรู้สึกในทางตรงข้ามกำลังเกิดขึ้น และยังเป็นการชี้ชัดว่า การที่เราได้รับคำตอบเช่นนี้มา เป็นเพราะเราให้ความสนใจ ในสิ่งที่เขาสนใจน้อยมาก จนทำให้เขาเกิดความรำคาญ และไม่ยินดีที่จะต้อนรับเรา
เมื่อใดก็ตาม ที่อีกฝ่ายหนึ่งได้กล่าวคำปฏิเสธออกมาแล้ว และถ้า เขาจะต้องยอมรับมันในภายหลัง มันจะทำให้เขามีความรู้สึกเหมือนกับตัวเองเป็นฝ่ายที่ต้องยอมจำนนต่อเรา
ทั้งนี้เพราะในการปฏิเสธนั้น เขาได้เอาความทิฐิ หรือศักดิ์ศรี กับตัวตนของเขาลงวางไว้แล้ว
ในการตอบรับ ถ้าคุณเป็นคนช่างสังเกต และตั้งใจฟังในการพูดของอีกฝ่ายอย่างชาญฉลาด คุณจะ สามารถเห็นหรือรู้สึกถึงสัญญาณ อะไรบางอย่างที่เขา แสดงออกมาให้คุณรู้
ถึงตรง นี้คุณคงอยากจะรู้แล้วซิว่าสัญญาณที่ว่านั้นมันคืออะไร มันแสดงออกมาแบบไหน อย่างไรสัญญาณที่บ่งบอกถึงการตอบรับมีดังนี้
สัญญาณทางการแสดงอาการ
- จับสินค้า ทดสอบสินค้า
- วางของนั้นลงเพื่อตั้งใจฟัง
- ถามความคิดเห็นของคนรอบข้าง เป็น ต้น
สัญญาณทางคำพูด
- รับประกันหรือเปล่า ได้ผลจริงไหม
- ใช้อย่างไร หรือมันทำงานอย่างไร
- จะส่งของได้เมื่อไหร่ เป็นต้น
สัญญาณต่างๆที่เราพอจะเห็น ได้จากตัวอย่างที่กล่าวมาแล้วเป็นต้น นั้นพอจะบอกให้คุณรู้ว่า.... “ ต้องทำการปิดการขาย ” เมื่อไหร่ที่คุณปล่อยให้ เขาคิดนานทั้งๆที่เขาพร้อมแล้ว เขาจะเปลี่ยนใจได้ในภายหลัง เห มือกับปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป
สัญญาณ ที่ผมยกตัวอย่างมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น คุณอาจจะลองหาสัญญาณเพิ่มเติมประกอบด้วยเพื่อง่ายต่องานและความเหมาะสมของ คุณ
ต่อไปผมจะเริ่มเรื่องราวบางอย่าง ที่เกี่ยวกับธุรกิจเครือข่าย
คุณคิดว่าการทำธุรกิจเครือ ข่ายคือ งานการขายของ หรืองานการตลาด ถ้าคุณคิดว่ามันคืองานขาย คุณคิดผิด คุณคิดว่าผู้นำที่มีรายได้ 6 - 7 หลัก ในธุรกิจเครือข่ายต่างๆเขาต้องออกไปวิ่งขายของไหม เปล่าเลย
เขา เพียงแต่รู้จักวิธีวางหลักการตลาด ที่จะไปเผยแพร่ สินค้าของเขาต่างหาก เพราะฉะนั้น ถ้าคุณต้องการที่จะประสพความสำเร็จในธุรกิจนี้อย่างจริงจัง คุณต้องระรึกอยู่เสมอว่า “ คุณเป็นเจ้าของธุรกิจ ที่กำลังวางแผนการตลาด และโปรโหมดธุรกิจของคุณ ” เพื่อกระจายสินค้าไปยังผู้มุ่งหวัง เหมือนกับการขยายสาขาของ 7-11 หรือ KFC เป็นต้น
สิ่งที่ผู้สำเร็จในธุรกิจ นี้ส่วนมากที่เขาทำก็คือ เขาได้สร้างระบบที่สมบูรณ์แบบที่เป็นของเขาเองขึ้นมา จากนั้นจึงกระจายระบบนี้ให้กับคนในองค์กรได้นำไปใช้ ระบบ นี้ นี่เองที่เป็นตัวเป็นตัวสร้างให้เกิดการขายและรายได้ให้กับเขาและคนในองค์กร
ดัง นั้นสิ่งที่คุณต้องทำก็คือ ต้องเรียนรู้วิธีที่จะทำให้ ผู้มุ่งหวังหรือเครือข่ายของคุณ เข้าใจหลักการนี้ แล้วสอนวิธีที่จะขยายเครือข่ายออกไปอย่างมากมาย เช่นเดียวกับการขยายสาขาของ 7-11 หรือ KFC ซึ่งต่างก็มีระบบรองรับ
มาถึง ตรงนี้แล้วคุณคิดว่า 7-11, KFC, MCDONAL หรือ Franchise ต่างๆ เขาขายอะไร ระบบใช่ไหม เพราะสินค้าในร้านที่ผมกล่าวมานี้ที่อื่นก็มี แล้วทำไม Franchise ต่างเหล่านี้ถึงได้ผุดเป็นดอก เห็ด
คุณคิดว่า ถ้าคุณมีระบบที่ดีเยี่ยม หรือหลักการตลาดที่มีประสิทธิภาพของคุณ จะนำพาคุณไป ยืนอยู่ตรงจุดไหนของธุรกิจนี้ คุณลองนึกภาพดูเอาเอง คุณกำลังจะสร้าง Personnel Franchise ที่มีแต่คนอยากจะมา ร่วมกับคุณ หรือคุณจะไปเร่ขายความฝันลมๆแล้งๆ เหมือนคนทั่วๆไปอย่างที่เขาเป็นกัน
ดังนั้นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจเครือข่ายที่ว่าก็ คือ
- คุณต้องนำการตลาดระบบของคุณที่คุณ คิดค้นขึ้นมา ไปสู่คนในองค์กร ซึ่งคนเหล่านี้จะสร้างให้เกิดการขายและรายได้ให้กับบริษัท นั่นก็หมายถึงรายได้ที่จะเพิ่มขึ้นของคุณด้วย
- สอนพวกเขาเกี่ยวกับการเป็นผู้นำ ในการสร้างระบบ และทักษะต่าง รวมทั้งหลักการตลาด เพื่อช่วยให้คนที่เข้ามาใหม่นั้นเป็นผู้นำ สามารถที่จะขยายระบบ Personnel Franchise สู่ผู้ มุ่งหวังใหม่ในอนาคตให้ได้มากกว่าเดิม
แล้วเมื่อใด ที่คุณค้นพบผู้นำ หรือพัฒนาจนเขาสามารถเป็นผู้นำได้ตามแผนธุรกิจที่คุณต้องการคุณก็จะมี “ อิสรภาพทางการเงิน และเวลา ” ตามที่คุณต้องการได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร
ผมขอทิ้งท้ายไว้นิดหนึ่งว่า ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นผู้นำที่ มีหลักการต่าง แผนการตลาดที่ดีเยี่ยมแล้วก็ตาม การเลือกบริษัทที่ถูกต้อง สินค้าที่ถูกต้อง และด้วยระบบการตลาดที่ถูกต้องแล้วจะยิ่งช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้อย่าง รวดเร็วยิ่งขึ้น
คุณจะเห็นข้อเท็จจริงอันนี้อยู่ บ่อยครั้ง ในการย้ายค่ายของผู้นำชั้นแนวหน้าของบริษัท ในวงการธุรกิจเครือข่ายนี้ ทั้งๆที่เดิมเขาก็มีรายได้มากมาย จากบริษัทเดิมที่เขาอยู่ นั่นเป็นเพราะเขาเลือกที่จะอยู่ถูกที่ ถูกเวลา กับสินค้า หรือเปล่า .................หรือคุณจะเลือกสมัครทำธุรกิจกับบริษัท A.....หรือ บริษัท N...... ในตอนนี้ ผมว่าถ้าย้อนเวลากลับไปซัก 15 ปี ก็คงจะไม่แน่นะ
ถึงตรง นี้แล้ว คุณคงหาเหตุผลออกแล้วซินะ ว่าคนที่ปฏิเสธเราอยู่บ่อยๆ คุณจะอธิบายให้เขาทราบได้ เกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายนี้ ว่ามันไม่ใช่งานขายจริงๆ
แล้วเราจะเริ่มทำหลักการตลาดนี้ได้อย่างไร?
สินค้าหรือ Product ที่เราต้องคิดเป็นอันดับต้นๆหรือเปล่าที่ใช้ในการวางแผน คำตอบก็คือ ไม่ใช่เลย คุณคิดผิดถ้ามองว่าสินค้ามาก่อน เพราะนั่นมันเป็นเพียง ผลลัพธ์ที่แสดงถึงความมั่นใจของผู้ใช้ ถ้าสินค้ามันมีผลดีกว่าระบบการตลาด ทำไมไม่เห็นคนที่ประสพความสำเร็จในธุรกิจนี้ไปวิ่งขายมันหละ ถ้าคุณคิดว่ามันขายตัวมันเองได้ด้วยความยอดเยี่ยมของมัน จงลืมมันไปซะ
สิ่งแรกที่คุณจะต้องเรียนรู้ในธุรกิจนี้ก็คือผู้ มุ่งหวัง ที่คุณจะต้องทำการตลาดต่างหาก
สินค้า ของคุณเป็นแค่เพียงตัวนำทางในการหาผู้มุ่งหวัง แต่ผู้มุ่งหวังต่างหากจะเป็นแรงผลักดันให้แผนการตลาดของคุณสำเร็จ แล้วถ้ายิ่งสินค้าของคุณยอดเยี่ยมจริงนั่นหมายถึงมันจะทำให้เกิดความมั่นคง ในระยะยาวของธุรกิจของคุณ เพราะมีการใช้แล้วใช้ซ้ำอยู่ตลอดต่อเนื่อง นั่นหมายถึงผู้บริโภคขั้นสุดท้ายที่แท้จริง ที่จะทำให้ความยั่งยืนของธุรกิจคุณเกิดขึ้นอย่างมั่นคง ส่วนผู้มุ่งหวังของคุณคือนักการตลาดที่ยอดเยี่ยมต่างหาก
ตัวอย่างที่สนับ สนุนแนวความคิดนี้ได้เป็นอย่างดีที่คุณจะพบเห็นได้อยู่ทุกวัน เช่น MCDONAL คุณว่า แฮมเบอร์เกอร์ เขาอร่อยที่สุดหรือเปล่า แล้วทำไมคนจะกินแฮมเบอร์เกอร์ ชอบนึกถึง MCDONAL แถมเขายังมีสาขาไปทั่วโลก MCDONAL ประสพความสำเร็จในธุรกิจทั้งๆที่รสชาติของมันไม่ได้เลิศเลออะไรเลย นั่นเป็นเพราะระบบที่เขาได้วางไว้ต่างหาก concept ใน ร้านเหมือนกันหมดทุกร้าน คนที่เข้าไปที่ร้านไม่ได้สนใจรสชาติของแฮมเบอร์เกอร์ซักเท่าไหร่หรอก
คราว นี้ลองมาดูตัวอย่างในบ้านเราบ้าง คุณว่าไก่ย่าง 5 ดาวมันอร่อยไหม มีที่มันอร่อยกว่านี้ไหม ก็มี แล้วทำไมคนยังไปลงทุนซื้อ Franchise ไก่ย่าง 5 ดาวมาขายอีกเล่า นั่นเป็นเพราะเขาไม่ได้สนใจในรสชาติของมันหรอก เขาสนใจเพียงแค่ว่า มันจะทำเงินให้เขาอย่างไรต่างหาก
ผู้มุ่งหวังของคุณอยู่ที่ไหนเล่า ? หรือ คุณต้องการวางระบบของคุณให้กับใคร ?
ถ้าคุณ มองหลักการจำแนกจาก “โอกาส” คุณจะพบว่ามีเพียงบุคคล 3 กลุ่มเท่านั้นคือผู้มุ่งหวังของคุณ
กลุ่มแรก คือกลุ่มคนที่มองหาโอกาส เป็นคนที่ชอบแสวงหารายได้เพิ่มขึ้น อยู่เรื่อยๆ เพราะคนเหล่านี้พยายามที่จะไม่หยุดตัวเองไว้กับที่ มักจะมองหาโอกาสเพื่อความสำเร็จในชีวิตให้กับตนเองอยู่เสมอ
กลุ่มที่สอง คือกลุ่มคนที่ชอบซื้อโอกาส หรือต้องการโอกาส พวกนี้เป็นบุคคลที่ทำธุรกิจเครือข่ายอยู่แล้ว พยายามมองหาความสำเร็จที่ใหญ่ขึ้น หรือมีรายได้มากขึ้น หรือต้องการโอกาสใหม่ๆที่จะทำให้เขาบรรลุเป้าหมายได้อย่างแน่นอน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสินค้า และแผนการตลาดของบริษัทนั้นๆด้วยว่าจะทำได้ยาก หรือง่าย เพียงใด ผลตอบแทนคุ้มค่าไหม
กลุ่มที่สาม คือคนรอบๆข้างตัวคุณ ไม่ว่าจะเป็นญาติสนิท มิตรสหาย หรือที่เรียก ว่าตลาดธรรมชาติ คนกลุ่มนี้คุณต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก เพราะเขาจะไม่ฟังคุณเนื่องจากความใกล้ชิด และยิ่งถ้าเขาไม่มีแรงผลักดันอะไรเลย ซึ่งคุณอาจจะ หมดแรงเสียก่อนกับการปฏิเสธอย่างมากจากบุคคลเหล่านี้ ถ้าเขาไม่เข้าใจจริงเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่าย และเขาอาจจะพยายามชวนคุณให้วางมือจาธุรกิจนี้เสียด้วยซ้ำ เขาจะตามคุณก็ต่อเมื่อคุณสำเร็จ
เมื่อ คุณเห็นคนทั้ง 3 กลุ่มนี้แล้วผมอยากให้คุณโฟกัสไปยังผู้มุ่งหวังกลุ่มแรกกับกลุ่มที่สองก่อน โดยเฉพาะกลุ่มที่สอง จะเป็นตัวนำพาความสำเร็จมาให้คุณได้อย่างรวดเร็ว เพราะเขารู้จักธุรกิจนี้เป็นอย่างดี
คราวนี้พอคุณ โฟกัสได้อย่างนี้แล้ว แล้วกลุ่มที่สามหละจะทิ้งเขาไปซะดื้อๆอย่างนี้หรือ เปล่าหรอกเพียงแต่ว่า คุณต้องค้นพบให้เจอความต้องการของเขาว่าเขามีฝันอะไรหรือเปล่า แล้วธุรกิจของคุณตอบสนองอะไรเขาได้กับฝันนั้น
แล้วคุณหละอยากจะสัมผัส ......“ บทกวีในสายลมหนาว...หรือ...คีตกวีในสายลมลวง ”......
ความถูกต้องและเหตุผล บนความอดทนและเพียรพยายาม จะพาเราก้าวข้าม....ความล้มเหลวสู่ความสำเร็จ...........ส่วนอารมณ์และความ กลัว ไม่สามารถทำให้เราก้าวไปข้างหน้าได้..........แม้แต่เพียงก้าวเดียว